รวมวิธีเคลือบสีรถยนต์

เคลือบสีรถดียังไง เคลือบแบบไหนดี ต้องเคลือบบ่อยแค่ไหน?

สำหรับคนรักรถคงอยากเห็นรถของตัวเองดูใหม่สีสวยสดใสอยู่เสมอ และวิธีที่ช่วยรักษาสีรถให้เงางามอยู่เสมอคงไม่พ้น "การเคลือบสีรถ" ซึ่งในปัจจุบันมีวิธีการเคลือบสีรถให้เลือกใช้มากมาย ตั้งแต่การเคลือบแบบธรรมดาด้วยแว็กซ์ ไปจนถึงการเคลือบแบบพิเศษด้วยวิธีเคลือบแก้ว ว่าแต่การเคลือบสีรถแต่ละแบบดียังไง? เคลือบแบบไหนดี? วันนี้ Neverdie car มีคำตอบครับ

ประโยชน์ของการเคลือบสีรถ

  • ช่วยให้รถเราสีสดใส ดูเงางาม และใหม่อยู่ตลอดเวลา
  • ช่วยให้สีรถเสื่อมสภาพช้าลง อายุการใช้งานนานขึ้น
  • ช่วยปกป้องสีรถจากสภาพแวดล้อมต่างๆ เช่น ยางไม้, มูลนก, ฝุ่น, ควัน, คราบน้ำ, มลพิษ , สะเก็ดหินเล็กๆ , คราบน้ำมันเครื่องจากท่อไอเสีย
  • ช่วยปกป้อสีรถเราจากฝนกรด ซึ่งน่ากลัวมากถ้าโดนบ่อยๆและปล่อยทิ้งไว้นาน

1. เคลือบสีรถด้วยแว็กซ์

การเคลือบสีรถด้วยแว็กซ์นั้น เป็นวิธีเคลือบสีรถที่ง่ายและราคาถูกที่สุด แต่ก็มีอายุการใช้งานที่สั้นที่สุดเช่นกัน ซึ่งปกติการเคลือบสีรถด้วยแว็กซ์แล้วจะมีอยู่ 2 ประเภท คือ

  1. การขัดเคลือบสีด้วยแว็กซ์แบบครีม
  2. การขัดเคลือบสีด้วยแว็กซ์แบบน้ำ

1. การขัดเคลือบสีด้วยแว็กซ์แบบครีม

การขัดเคลือบสีรถด้วยแว็กซ์แบบครีมนั้น จะใช้แว็กซ์ที่เรียกกันว่า "คาร์นูบาร์แว็กซ์" ทาเพื่อเคลือบสีรถยนต์เป็นหลัก ข้อดีคือ ราคาถูก หาซื้อง่าย มีให้เลือกหลายยี่ห้อ แต่ข้อเสียสำคัญคือ มีอายุการใช้งานสั้น ยิ่งในประเทศไทยที่มีอากาศร้อนจัด ถ้าขับรถทุกวันอาจใช้งานได้แค่ 3-4 วันเท่านั้น ถูกแต่อยู่ไม่นาน

2. การขัดเคลือบสีด้วยแว็กซ์แบบน้ำ

การขัดเคลือบสีด้วยแว็กซ์แบบน้ำนั้น จะใช้แว็กซ์ที่เรียกกันว่า "โพลิเมอร์ซีลแลนท์" หรือ ซินเตติกซีลแลนท์ ทาเพื่อเคลือบสีรถยนต์ ข้อดีคือ เคลือบแล้วอยู่ได้นานกว่าแว็กซ์แบบครีม นอกจากนี้ยังทนความร้อนได้ดีกว่าอีกด้วย โดยสามารถทนความร้อนได้สูงถึง 105-140°C เลยทีเดียว ทำให้เวลาเคลือบสีรถด้วยแว็กซ์แบบน้ำ แว็กซ์จะอยู่ได้นานประมาณ 3-4 สัปดาห์เลยทีเดียว แต่ข้อเสียคือ เวลาเคลือบสีรถจะไม่เงาเท่าแว็กซ์แบบครีมเท่านั้นเอง

2. การเคลือบสีรถด้วยซิลิโคน

การเคลือบสีรถด้วยซิลิโคน เป็นการเคลือบสีผิวรถโดยใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจาก Silicone Resin ซึ่งจะช่วยให้รถเงางาม ทนแสง UV ได้ดี และเพิ่มการป้องกันสีรถได้ดี
กว่าการเคลือบสีด้วยแว็กซ์ มีอายุการใช้งานประมาณ 1 ปี ซึ่งนานกว่าการเคลือบสีแบบธรรมดามาก แต่ถ้าพูดถึงเรื่องการเพิ่มความแข็งแรงในการป้องกันรอยขีดข่วน
หรือสะเก็ดหิน จะสู้การเคลือบสีแบบเคลือบแก้วไม่ได้

3. การเคลือบแก้ว

การเคลือบแก้วคือวิธีเคลือบสีรถที่ดีที่สุดในตอนนี้ นอกจากจะช่วยให้สีรถดูสวยเงางามแล้ว ยังช่วยลดปัญหาคราบหยดน้ำ ป้องกันรอยขีดข่วน รอยขนแมว ยางมะตอย มูลนกได้อีกด้วย ส่วนประกอบหลักของน้ำยาเคลือบแก้วคือ "ซิลิกา" (Silica) ที่มีความแข็งเหมือนกระจก สามารถทนความร้อนได้สูงถึง 1,300 °C เลยทีเดียว ถ้าใช้น้ำยาเคลือบแบบดีๆสามารถอยู่ได้นานถึง 3-5 ปีเลยทีเดียว แต่ก็ต้องแลกกับราคาเคลือบสีรถที่สูงด้วยเช่นกัน ราคาประมาณ 20,000-30,000 บาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับน้ำยาที่ใช้และการรับประกันของแต่ละคาร์แคร์อีกที

การเคลือบสีรถมีหลายหลายวิธี ต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันออกไป ถ้ามีงบประมาณไม่เยอะการขัดเคลือบสีด้วยแว็กซ์ก็สามารถช่วยให้สีรถเงางามได้เช่นกัน แต่คงต้องขยันลงแว็กซ์หน่อย แต่ถ้ามีงบประมาณและไม่อยากเคลือบสีรถบ่อยๆ การเคลือบแก้วเป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ นอกจากช่วยให้สีรถเงางามและอยู่ได้นานแล้ว ยังช่วยปกป้องรถจากรอยขีดข่วนได้ดีเยี่ยมอีกด้วย เรื่องอย่างนี้คงแล้วแต่ความชอบและงบประมาณของแต่ละคนแล้วล่ะครับ

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *