ซื้อกล้องมองหลังรถยนต์

กล้องมองหลังรถยนต์ เลือกซื้อยังไงให้โดนใจที่สุด

ในปัจจุบันอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในรถมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ "กล้องมองหลัง" คือหนึ่งในอุปกรณ์ที่ได้รับความนิยมมากตัวหนึ่ง ช่วยให้การขับรถถอยหลังสะดวกและปลอดภัยมากขึ้น โดยเฉพาะการขับถอยตอนกลางคืนที่มีทัศนวิสัยไม่ค่อยดีสักเท่าไร วันนี้ Neverdie car มีวิธีเลือกซื้อกล้องมองหลังรถยนต์มาฝาก เลือกแบบไหนโดนใจสุด

กล้องมองหลังมีสายกับไร้สาย

โดยทั่วไปเราจะแบ่งกล้องมองหลังออกเป็น 2 แบบหลักๆ คือ กล้องแบบมีสาย กับ แบบไร้สายหรือที่นิยมเรียกว่า กล้อง wireless ซึ่งกล้องมองหลังทั้ง 2 แบบมีข้อดี-ข้อเสียแตกต่างกันออก

1. กล้องมองหลังแบบมีสาย

ข้อดีของกล้องแบบมีสายคือความแข็งแรงคงทน ใช้งานได้ยาวนาน ภาพที่ส่งมาที่จอมีความคมชัดและเสถียรกว่า ไม่ต้องกลัวว่าจะคลื่นรบกวนเหมือนกล้องมองหลังแบบ wireless แต่กล้องแบบมีสายมีข้อเสียคือ มันต้องเดินสายภายในตัวรถ อาจดูรกหรือขัดหูขัดตาสำหรับบางคน

กล้องมองหลัง wireless

2.กล้องมองหลังไร้สาย(wireless)

แน่นอนครับ…ข้อดีของกล้องมองหลังไร้สายหรือแบบ wireless คือ ความสะดวกในการติดตั้งไม่ต้องเดินสายให้เสียเวลา โดยกล้องมองหลังแบบ wireless จะมีอุปกรณ์เกี่ยวข้องอยู่ 3 ตัวด้วยกัน คือ

  1. ตัวกล้อง 
  2. ตัวส่งสัญญาณภาพแบบ wireless
  3. ตัวรับสัญญาณภาพ 

โดยการทำงานของกล้องมองหลังจะเริ่มจากเมื่อเราใส่เกียร์ถอยหลังหรือเกียร์ R ตัวส่งสัญญานแบบ wireless ที่ต่อไฟเข้ากับไฟถอยหลัง จะส่งสัญญาณภาพจากตัวกล้องไปยังตัวรับสัญญาณที่ต่อเข้ากับที่ชาร์จไฟหน้ารถ ซึ่งภาพหน้าจอจะสลับภาพจากหน้าจอปกติมาเป็นภาพด้านหลังรถทันที แต่พอเราเปลี่ยนเป็นเกียร์อื่นระบบก็จะเปลี่ยนหน้าจอกลับเป็นหน้าจอปกติอีกครั้งหนึ่งโดยอัตโนมัติ แต่กล้องบางรุ่นที่ราคาถูกเวลาเข้าเกียร์ R หน้าจออาจไม่เปลี่ยนทันที ต้องกดสวิทช์เปลี่ยนหน้าจอเองก็มี

องศากล้องก็สำคัญ

หลายอาจคิดว่าองศากล้องมองหลังหรือมุมมองกล้องที่ดีต้องเน้นกว้างไว้ก่อนซึ่งไม่เป็นความจริง องศากล้องมองหลังที่ดีควรอยู่ระหว่าง 170 – 180 องศา เพื่อให้ภาพที่ได้มีความสมจริงมากที่สุด ไม่หลอกตา ถ้าเราใช้เลนส์กล้องที่มีมุมมองกว้างจะทำให้ภาพที่ได้คล้ายภาพจากเลนส์ตาปลา ซึ่งภาพที่ได้จะถูกบีบมากเกินไปจนดูเพี้ยนไม่สมจริง ซึ่งอาจทำให้เราถอยผิดถอยถูกได้

Image Sensor แบบไหนดี?

กล้องมองหลังรถยนต์จะมี image sensor 2 แบบหลักๆ คือ แบบ  CCD(charge coupled device) และแบบ CMOS(complementary oxide semidonductor) ซึ่งมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันออกไป แต่ถ้าให้สรุปออกมาง่าย ถ้ามองเรื่องความเร็วและการใช้พลังงาน CMOS ทำได้ดีกว่า ส่วนในแง่คุณภาพของภาพที่ได้ แสง ราคาถูกกว่า ส่วนเรื่องความคมชัดเซ็นเซอร์แบบ CCD จะได้ได้เปรียบกว่าแต่ราคาก็แพงกว่าด้วย ถามว่าเลือกแบบไหนดีกว่าคงตอบยาก เพราะความคุณภาพของภาพที่ได้ขึ้นอยู่กับหลายองค์ประกอบ แต่ถ้าให้เลือกจริงๆของเลือกแบบ CCD ก็แล้วกันครับ

กล้องมองหลังอินฟาเรดติดรถยนต์

กล้องมองหลังอินฟาเรด

กล้องมองหลังบางรุ่นมีอินฟาเรดมาให้เพื่อเพิ่มความสว่างเวลาถอยตอนกลางคืน ถามว่าจำเป็นมั้ยก็ไม่เสมอไปครับ ถ้าไฟรถสว่างพอหรือมีไฟส่องทะเบียนเหมือนที่มีในรถเก๋ง แต่ถ้าเป็นรถกระบะที่ไม่มีไฟส่องทะเบียนอาจจำเป็นต้องใช้กล้องมองหลังแบบอินฟาเรดหรือ LED ช่วยอีกแรง เพราะถ้าอาศัยแค่ไฟจากถ้ายรถซึ่งอยู่ห่างออกไปมากอาจไม่เพียงพอ ภาพที่ได้อาจมืดจนมองไม่เห็นได้

เดี๋ยวนี้กล้องมองหลังมีให้เลือกหลายแบบหลายยี่ห้อจริงๆ มีทั้งแบบแสดงผลผ่านกระจกมองหลัง หรือจะเพิ่มจอแยกออกมาต่างหากก็ได้ มีทั้งแบบมีสายและแบบไร้สาย(wireless) เลือกกันไม่ถูกเลยทีเดียว ส่วนตัวถ้าจะติดกล้องมองหลังสักตัว ผมขอเลือกแบบมีสายดีกว่าครับ ใช้กันไปยาวๆไม่ต้องหัวเสียกับการส่งสัญญาณแบบ wireless ที่บางครั้งเอาแน่เอานอนไม่ได้ ส่วนเรื่องยี่ห้อคงต้องลองเปรียบเทียบกันเอาเองครับ ว่ากล้องมองหลังยี่ห้อไหนติดแล้วคุ้มที่สุด

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *